วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2553

ทำไมกรุต้องทนแว๊ะ!!!

คำเตือน :
1. ยาว ถึงยาวมาก เขียนไว้กันลืมว่าเคยมีมุมมองอย่างไรต่อสถานะการณ์ของประเทศในช่วงนี้
2. เต็มไปด้วยคำที่อาจไม่สุภาพ และการสะกดผิดไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ที่ว่าไม่ตั้งใจ คือไม่รู้ ไม่รู้ว่าสะกดผิด อาจเพราะไม่ทราบว่าจริงๆเขาสะกดกันอย่างไร ก็เรียกว่าไม่รู้ หรือบางทีก็ไม่ได้ตรวจทานให้ดี เรียกว่าบกพร่อง จริงๆจะว่าบกพร่องก็ไม่ได้เต็มที่ เพราะพิมพ์เร็วๆมันยากนะหล่อน!
3. กรุณาเอาระบบคุณค่าที่ยึดไว้กองไว้ข้างๆคีย์บอร์ดก่อนอ่าน อ่านจบจะสวมมันใหม่ก้ตามสบาย


ในที่สุด ผมก็ได้ชื่อว่า ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของ นปช. แล้วหละครับ

คือพอดีAUAเปิดเทอม วันนี้เลยจะไปเรียน ตอนแรกก็คิดว่ามันจะปิดป่าววะ แต่ไปดูในเน็ทก็ไม่มีบอก เลยคิดว่าเปิดแหละ ไปถึงป้ายเล็กๆแปะอยู่หน้าประตู “ปิดเรียนชั่วคราว” โกรธมาก พ่อมรึงเดะ โทรมาบอกกุหน่อยไม่มีนะ (พึ่งจะลงในเว็บวันนี้ว่าปิด เจริญหละนะฮะ)

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ รู้สึกว่าพูดเกี่ยวกับการชุมนุมได้แล้ว เพราะอย่างน้อย ก็ไปมาแล้ว ถึงจะไม่ได้ตั้งใจก็ตามเนื่องจากยังเช้าอยู่ และอุตส่าห์แหกขี้ตาตื่นขึ้นมาแล้ว ก็เลยถือโอกาสเดินดูซะหน่อย ไหนๆก็เคยไปสังเกตุการ์ณพันธมิตรมาแล้ว

ผมจะขอพูดในฐานะชนชั้นล่าง ไม่มีหน้ามีตาและ/หรืออิทธิพลอะไรต่อสังคม ทำงานหาเงินเดือนชนเดือน เข้าใจและเคยสัมผัสคำว่าไม่มีจะแดกมาแล้ว

คำแรกที่ผมได้สัมผัสในที่ชุมนุมก็คือ โคตรร้อนเลยฮะ ร้อนพอที่จะละลายคุณไปกองกับถนนได้ง่ายๆ ร้อนพอที่จะทำให้ความอดทนอดกลั้นที่สังคมเคยปลูกฝังมาละลายไปง่ายๆเหมือนกัน ซึ่งนำไปสู่คำถามแรกว่า ผู้ชุมนุมทนกันได้อย่างไร ข้อสันนิฐานแบบง่ายๆตอบได้2แบบ คือ

1. ถูกจ้างมา เลยต้องทน
2. ได้รับความเดือดและความร้อนเกินกว่าที่อุณหภูมิจะมอบให้ เลยต้องทน

มองแบบซีเรียส ผมว่าต้องตอบข้อ3 คือ มีทั้ง2แบบ มาดูข้อแรกก่อน คือถูกจ้างมา มันนำไปสู่คำถามต่อไปคือ จ้างมาด้วยอะไร คิดว่าสันนิฐานแบบง่ายๆตามเคย ได้2แบบ

1. ด้วยเงิน จำนวนที่เหมาะสมกับcondition คุ้มค่ากว่าการทำงานปรกติ มาชุมนุมดีกว่า
2. ด้วยนโยบาย ของรัฐบาลทักษิณและพรรคพวก อยากให้ทักษิณกลับมาทำอีก มาชุมนุมดีกว่า

มองแบบซีเรียสแล้ว ผมก็คงต้องตอบข้อ3 คือ มีทั้ง2แบบ ปัญหาคือ การเมืองขับเคลื่อนด้วยอะไร? คุณธรรมจริยธรรมหรือ? ไม่หรอกครับ บอกตั้งแต่แรกแล้วไงว่าให้โยนระบบคุณค่าทิ้งไปก่อน เพราะว่ามัน (ระบบคุณค่า) มีลักษณะเป็นอัตวิสัยมาก (Subjective เข้าใจง่ายกว่ามะ) ได้เรื่อง ดี-เลว, ธรรม-อธรรม, ผู้ร้าย-พระเอก อะไรพวกนี้ มองให้ดีๆ มันก็แค่ ความคิดเห็น-ความรู้สึกของเราต่อสิ่งต่างๆ เท่านั้นเอง เถียงกันยังงัยก็ไม่จบ เพราะว่าอะไรที่ดี-เลวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน พอๆกับเถียงกันว่า พิซซ่ากับส้มตำอะไรอร่อยกว่า จะเอาอะไรมาตัดสินหละฮะ?

ผมมองว่า การเมืองเป็นเรื่องของการจัดสรรอำนาจ ซึ่งนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากร พูดง่ายๆว่าการเมืองเป็นเรื่องของการแบ่งปันผลประโยชน์นั่นแหละ! ปล่าวประโยชน์ที่จะพูดเรื่องโรแมนติกแบบต้องให้คนดีทีคุณธรรมมาบริหารประเทศ เพราะไอ้ “ดีมีคุณธรรม” หนะ มันคืออะไรหละวะ เพราะเราไม่มีวิธีที่จะให้ทุกคนยอมรับคำว่าดีของแต่ละบุคคลคน เราถึงต้องมีการเลือกตั้ง ใช่ไหมหละ? คิดแบบนี้ ตอบได้เลย100%ว่า ม๊อบเสื้อแดงหนะถูกจ้างมา ผลประโยชน์นี่แหละ แมร่งวัตถุวิสัย (Objective) สัดๆเลย จับต้องได้เหี้ยๆ ถามว่าผิดไหม ก็ต้องถามว่า ถ้าจ้างคุณไปม๊อบเสื้อแดงวันละ 500 คุณไปไหมหละ ไม่ใช่มะ?เพราะแมร่งร้อนชิบหาย เหม็นก็เหม็น โอเคงั้น 2,000 เริ่มพิจารณาแล้วรึยัง? งั้นวันละ 10,000 ไม่ไปก็บ้าแล้ว! (จริงๆวันละ2พันกุก็ไปละ เดือนนึงไป20วันได้4หมื่น เที่ยวญี่ปุ่นได้สบาย) และไอ้เรื่องจ้างคนมาม๊อบนี่ มองอีกแง่ได้ว่า ที่เค้าถูกจ้างมาได้ เพราะรายได้เค้าน้อยไม่ใช่หรือ เพราะไม่มีงานทำไม่ใช่หรือ เลยมาม๊อบอย่างน้อยๆก็ได้เงิน ฟลุ๊คๆทักษิณกลับมาได้ก็ได้ชิลล์กับประชานิยมต่ออีก ว่าเค้าไม่ได้หรอกครับที่วิสัยทัศน์สั้น ตราบใดที่คุณไม่รู้ว่าหิวคืออะไร และมันไม่ใช่หน้าที่ของผู้บริหารประเทศหรือ ที่ต้องสร้างงานสร้างรายได้ให้ประชาชน ในเมื่อทำไม่ได้ เค้าก็มาเอาตังค์ที่นี่แหละ (นี่พูดแบบสมมุติไว้ก่อนเลยนะ ว่าแมร่งมีการจ้างด้วยเงินกันจริงๆ)

อ่าว! เย็ดแม่! มรึงเห็นแก่ตัวขนาดนี้เลยรึ! จะให้ประเทศชาติจะล่มจมเพื่อไอ้เหี้ยเหลื่ยมกับเงินของมันเลยเหรอ?? – สำหรับคำถามนี้ ผมบอกได้เลยว่า ผมโอเคกับการล่มจมไประยะหนึ่งนะ แถมจริงๆแล้วมันจะล่มจมรึปล่าวยังไม่รู้เลย ผมกลับมองว่า นี่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคใหม่ ไม่ว่าสีไหนจะชนะ นี่เป็นโอกาสอันดีเลยของประเทศไทยที่จะได้เจออะไรซีเรียสๆแบบถึงเนื้อถึงตัวบ้าง สังเกตุได้เลยว่า ตอนนี้คนไทยคุยกันเรื่องการเมืองมากขึ้น-บ่อยขึ้น การนั่งด่าเสื้อแดงผมยังว่าเป็นเรื่องที่ดีเลย อย่างน้อยก็ทำให้เราได้ใช่สมองคิดเรื่องที่จะด่าบ้าง เรื่องนี้ต้องขอบคุณพัธมิตรและรัฐประหาร19กันยา อย่างมากเลย (โอเค รัฐประหารแมร่งผิดกฎหมาย ข้อนี้ยอมรับ) เอาง่ายๆอย่างผมเองเริ่มสนใจการเมืองจริงจังตั้งแต่ตอนนั้นแหละ ซึ่งอย่างน้อยก็ทำให้ผมคิดแบบCriticalได้มากขึ้น มองโลกได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ตอนไปม๊อบพัธมิตรที่สยาม ตอนนั้นหัวใจพองโตมาก รู้สึกได้ว่า กุไม่ใช่คนตัวเล็กๆอีกต่อไป เป็นครั้งแรกที่รู้สึกได้ถึง พลังของประชนชน อาจจะเพราะ เป็นการชุมนุมแรกในชีวิตที่ได้เข้าร่วมมั้ง แต่ก็นั่นแหละ เห็นได้ชัดว่า หลังจากนั้นการเมืองของประชนชนก้ฝังรากกับสังคมไทยแล้ว ไม่ว่าจะเสื้อสีอะไร เค้าก็ไม่ใช่คนตัวเล็กๆอีกต่อไป ผมไม่รู้หรอกว่ามันจะจบยังงัย แต่สำหรับผมนี่เป็นนิมิตรหมายอันดีของประเทศไทย

คำถามสุดท้าย ตามหัวข้อ “แล้วทำไมกรุต้องทนแว๊ะ!!!” สำหรับคำถามนี้ ตอบง่ายๆครับว่า “ไม่อยากทนก็ไม่ต้อง” เสื้อแดงเค้าไม่อยากทนรัฐบาลอภิสิทธิ (ชื่อรัฐบาลแมร่งIronicหวะ) เสื้อเหลืองเค้าก็ไม่อยากทนกับระบอบทักษิณ เสื้อหลากสีเค้าไม่ยอมทนกับการยึดกรุงเทพของเสื้อแดง พวกเขาเหล่านี้ถึงลุกขึ้นมาชุมนุมใช่ไหม - คุณเองก็ไม่ต้องทนเหมือนกัน! ไม่ต้องถามหรอกครับว่าเราจะให้อะไรกับประเทศนี้ แต่ ณ เวลานี้ควรจะถามว่า คุณต้องการให้ประเทศนี้เป็นอย่างไร จะดีกว่า ได้คำตอบแล้ว ลงมือทำเลยครับ จะเสื้อสีอะไร หยิบมาใส่ซะ แล้วออกไปชุมนุมถ้าต้องการ ผมดีใจและเห็นด้วยกับทุกคนที่ลุกขึ้นมาพยายามเปลี่ยนประเทศนี้ หรือถ้าขี้เกียจอยากนอนบ่นอยู่บ้านก็ได้เหมือนกัน แต่นั่นแปลว่าคุณยอมทนนะ

สำหรับผม ผมไม่ได้ยอมทนหรอก แค่ผมโอเคกับสภาพตอนนี้อย่างที่บอก คล้ายๆกับมหาสงคราม Ragnarok ที่ให้กำเนิดยุคใหม่ของมนุษย์ชาติอย่างเรานั่นแหละ และแน่นอนว่า เมื่อไหรที่ทนไม่ได้ ผมจะลุกขึ้นมาเหมือนกัน

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ30 เมษายน 2553 เวลา 11:42

    เย็ดแม่ม จบได้คูลสัดๆเลยว่ะ

    ตอบลบ
  2. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ